EN TH
กลับไปหน้าบทความทั้งหมด
ความรู้ไอที 15 ก.ค. 2569

เมื่อ AI กลายเป็นอาวุธไซเบอร์: แฮกเกอร์เริ่มใช้ Claude Code และ DeepSeek เพื่อยกระดับการโจมตี

AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นเครื่องมือที่ผู้ไม่หวังดีนำมาใช้เพื่อเร่งความเร็วและเพิ่มความซับซ้อนของการโจมตีทางไซเบอร์

รายงานด้าน Threat Intelligence ล่าสุดเผยให้เห็นว่า กลุ่มผู้โจมตีได้เริ่มนำ Claude Code และ DeepSeek มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการโจมตีจริง ตั้งแต่การวางแผน การวิเคราะห์เป้าหมาย ไปจนถึงการสร้างโค้ดและดำเนินการอัตโนมัติ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าโลกของ Cybersecurity กำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI-powered Cyber Attack อย่างเต็มรูปแบบ

Cybersecurity Attack by AI

AI กำลังเปลี่ยนวิธีการโจมตีไซเบอร์

ที่ผ่านมา แฮกเกอร์จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญหลายคนในการดำเนินการโจมตี เช่น

ปัจจุบัน AI สามารถเข้ามาช่วยในหลายขั้นตอนเหล่านี้ ทำให้ผู้โจมตีลดเวลาในการเตรียมการ และเพิ่มความเร็วในการดำเนินการได้อย่างมาก

แม้ AI จะไม่ได้ “แฮ็กระบบ” ได้ด้วยตัวเอง แต่สามารถช่วยสร้าง วิเคราะห์ และปรับปรุงข้อมูลที่ใช้ในการโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Claude Code และ DeepSeek ถูกนำมาใช้อย่างไร

จากข้อมูลของนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัย พบว่ากลุ่มผู้โจมตีแบ่งหน้าที่ของ AI แต่ละตัวให้เหมาะกับจุดแข็งของแต่ละโมเดล เช่น

Claude Code
ถูกใช้เป็นผู้ช่วยด้านการเขียนและปรับปรุงโค้ด รวมถึงช่วยสร้างสคริปต์อัตโนมัติและจัดการงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเครื่องมือโจมตี

DeepSeek
ถูกใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล วางแผนการโจมตี สรุปข้อมูลที่รวบรวมมา และช่วยสร้างแนวทางในการดำเนินงานต่อไป

การใช้ AI ทั้งสองร่วมกัน ทำให้กระบวนการโจมตีมีความเป็นระบบและทำงานได้รวดเร็วกว่าวิธีเดิม

AI ไม่ใช่ภัย แต่การใช้งานต่างหากที่เป็นความเสี่ยง

ประเด็นสำคัญของข่าวนี้ไม่ใช่ว่า Claude หรือ DeepSeek เป็นซอฟต์แวร์อันตราย แต่เป็นการสะท้อนว่า

“เครื่องมือ AI ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สามารถถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ หากตกอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี”

สถานการณ์นี้ไม่ต่างจากโปรแกรมสำหรับนักพัฒนาหรือเครื่องมือด้าน IT อื่น ๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งเพื่อสร้างนวัตกรรมและเพื่อก่ออาชญากรรมไซเบอร์

ผลกระทบต่อองค์กร

สำหรับองค์กร การมาของ AI ไม่ได้หมายถึงเพียงการเพิ่ม Productivity เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการที่ภัยคุกคามจะพัฒนาเร็วขึ้นด้วย

ตัวอย่างความเสี่ยงที่องค์กรควรให้ความสำคัญ ได้แก่

สิ่งเหล่านี้ทำให้ระยะเวลาระหว่าง “การค้นพบช่องโหว่” กับ “การถูกโจมตี” สั้นลงกว่าที่เคย

องค์กรควรเตรียมตัวอย่างไร

เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของทั้งฝั่งผู้ป้องกันและผู้โจมตี องค์กรควรยกระดับแนวทางด้าน Cybersecurity ควบคู่ไปกับการนำ AI มาใช้งาน เช่น

การลงทุนด้าน AI ควรมาพร้อมกับการลงทุนด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้องค์กรได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

AI กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงานของทุกองค์กร และในขณะเดียวกันก็เปลี่ยนวิธีการโจมตีของอาชญากรไซเบอร์เช่นกัน

เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนว่า Cybersecurity ไม่ใช่เรื่องของฝ่าย IT เพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์องค์กรในยุคดิจิทัล

ที่ Dragons Move เราเชื่อว่าการนำ AI มาใช้ควรดำเนินควบคู่กับการออกแบบระบบที่ปลอดภัย การบริหารจัดการข้อมูลที่เหมาะสม และการสร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยให้กับบุคลากร เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ พร้อมรับมือกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง

สรุป

แหล่งอ้างอิง

บทความนี้เรียบเรียงและวิเคราะห์จาก รายงานด้าน Threat Intelligence ที่อ้างถึงการสืบสวนของนักวิจัยความปลอดภัยเกี่ยวกับการใช้ AI ในปฏิบัติการโจมตีไซเบอร์ โดยรายละเอียดด้านการระบุผู้กระทำและขอบเขตของเหตุการณ์ยังอยู่บนพื้นฐานของผลการวิเคราะห์จากผู้วิจัย และยังไม่ได้รับการยืนยันจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง